วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การตั้งราคาแบนเนอร์โฆษณา


สำหรับ blog หรือเว็บเล็ก ๆ ที่ยังมี traffic หรือคนเข้าเว็บไม่เยอะ แต่หากต้องการจะขายโฆษณา จะตั้งราคาค่าโฆษณาของเรา อย่างไรดี คำถามนี้เป็นคำถามที่ค่อนข้างจะตอบได้ยาก เพราะหากว่าเราตั้งราคาถูกไป ก็ไม่คุ้ม ตั้งแพงไป ก็ไม่มีคนซื้อ ดังนั้นการตั้งราคาค่าโฆษณา ที่เหมาะสม น่าจะเป็นคำตอบที่สวยหรูที่สุด
ภาพประกอบโดย emdot
การตั้งราคาแบนเนอร์โฆษณา ที่เหมาะสมนั้น ย่อมต้องมีเหตุผลที่มาที่ไป เรามารู้จักราคาค่าโฆษณากันซักสองแบบก่อน ที่ผมเห็นบ่อย ๆ มักจะมีการขายค่าโฆษณากันอยู่สองแบบใหญ่ ๆ ในเมืองไทย ก็คือการขายโฆษณาแบบตั้งราคาขายเป็น CPM หรือเราอาจจะเข้าใจกันง่าย ๆ ว่า cost per thousand ก็คือราคาขาย ต่อหนึ่งพันหน่วยนั่นเอง เช่นเราอาจจะเคยเห็นเว็บแห่งหนึ่ง ตั้งราคาขายว่า CPM ละ 300 บาท นั่นหมายถึงราคาขาย 300 บาท จะแสดงแบนเนอร์ได้ 1,000 ครั้ง (impression) นั่นเอง การตั้งราคาในรูปแบบนี้ เหมาะสำหรับ blog หรือ เว็บที่มี traffic คนเข้าเว็บเยอะแล้ว สามารถแบ่งขายเพื่อให้แบนเนอร์นั้น rotate หมุนสลับกันไปเรื่อย ๆ จะทำให้เราสามารถรับโฆษณาได้หลายเจ้า ในตำแหน่งเดียวกัน

อีกรูปแบบหนึ่ง ของการตั้งราคาขายแบนเนอร์ ก็คือการตั้งราคาแบบ Fixed Position หรือราคาเหมานั่นเอง การขายแบนเนอร์ในลักษณะเหมาจ่าย จะเป็นการแสดงแบนเนอร์เพียงเจ้าเดียว ในตำแหน่งนั้น ๆ เป็นส่วนใหญ่ สำหรับผู้ที่ต้องการตั้งราคาแบบเหมา แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองใช้วิธีนี้ครับ ลองดูจำนวน page views ของเว็บเรา เช่นเดือนหนึ่งจะมีคนดูเว็บประมาณ 10,000 page views ก็ลองหาร 1,000 ดูก่อนครับ ตัวเลขจะได้ 10 หน่วยของ CPM แล้วลองตั้งราคาของเราเทียบกับ CPM เช่น ถ้าสมมติเราขาย CPM ละ 300 บาท ดังนั้นเมื่อเราต้องการขายแบบ fixed เราก็จะได้ราคา CPM x จำนวนหน่วย (จากตัวอย่างนี้คือ 300 x 10) เราจะได้ราคาขายออกมาคือ 3,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น การคิดราคาแบบนี้ ค่อนข้างจะคิดได้ง่าย แหละมีหลักการณ์ในการคิดที่ัชัดเจน ไม่ใช่การนั่งเทียนตั้งราคา เหมาะสำหรับเว็บเล็ก ๆ ที่ยังมี traffic ไม่เยอะนัก พอเว็บเรามีคนเข้าเยอะเมื่อไหร่ ค่อยเปลี่ยนไปขายโฆษณาเป็นแบบ CPM ก็ได้ครับ
AKPC_IDS += "220,";



Search Engine Optimization and SEO Tools

วิธีการตั้งค่ารับเงินจาก Adsend

ในการรับเงินนั้น สามารถเลือกรับเป็นสกุลเงิน ดอลล่าสหรัฐก็ได้ หรือจะรับเป็นเงินบาทไทยก็ได้ ข้อแตกต่างอยู่ตรงที่ .. เมื่อนำเช็คดอลล่าสหรัฐ ไปขึ้นเงินที่ธนาคารในไทย จะเสียค่าธรรมเนียม ประมาณ 10 ดอลล่า - 30 ดอลล่าสหรัฐ แล้วแต่ธนาคาร แล้วยังต้องกระบวนการขึ้นเงินของธนาคารอีกประมาณ 1 เดือนทีเดียว จึึงจะได้เงินสดมาใช้ (เพื่อนผมแนะนำให้ขึ้นที่ีธนาคารกสิกร เพราะเสียแค่ 10 ดอลครับ แต่ผมเคยขึ้นที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เสียฝั่งไทย 10 ดอล และฝั่งอเมริกาอีกกว่า 20 ดอล รวม ประมาณ 30 ดอลแน่ะ เกือบพัน - เช็คข้อมูลจากธนาคารอีกทีนะ) แต่ถ้ารับเป็นเงินไทย จะไม่เสียค่าธรรมเนียมในการขึ้นเงินที่ธนาคารในไทย แต่ข้อเสียคือ อัตราค่าเงินไืทย ที่เขาให้เราจะถูกกว่า ที่เราเอาเงินบาทไปแลกเงินดอลล่าสหรัฐ เช่น วันนี้ ในบ้านเราดอลล่า เท่ากับ 33 บาท อัตราที่เขาให้เรา เหลือแค่ 30 บาท เป็นต้น ดังนั้น ก็คำนวนกันดูนะ ว่าจะรับเงินเป็นแบบไหนดี แต่ถ้ายอดน้อย ๆ ก็รับเป็นเงินบาทไปนั่นแหละดีแล้ว ... วิธีการตั้งค่ารับเงินเป็น บาท
1. login เข้าสู่บัญชีของเรา
2. คลิ๊กหัวแฟ้มคำว่า My Account
3. เลื่อนลงไปดูคำว่า Payment Details คลิ๊กตรงคำว่า [edit] เลือก Check - Standard Delivery ** คลิ๊ก Continueเลือก Thai Bahtคลิ๊ก Save ...จบ

Keyword คืออะไร

keyword คืออะไร
key = กุญแจ มีไว้ไข ซึ่งมักจะไว้ไขประตู ประตูเป็นทางเข้า
word = คำ
keyword แปลแบบกำปั้นทุบดิน ได้ว่า "คำไข"
เวลาเราสงสัย อยากรู้อะไร เราค้นหาข้อมูล โดยการใช้คำเกียวกับสิ่งนั้น...ที่เรานึกออก พิมพ์ลงไปในช่องค้นหา ไขเข้าไปหาคำตอบ หรือไขข้อสงสัย นั่นเอง...
keyword เรียกในภาษาไทยว่า คำไขบ้าง คำค้นบ้าง แล้วแต่จะปรารถนา
keyword หรือ คีย์เวิร์ด คือคำต่าง ๆ ที่มนุษย์ พิมพ์ลงไปในช่องค้นหา ของเว็บค้นหาข้อมูล (search engine) google.com, ask.com, เป็นต้น
เว็บค้นหาข้อมูล เหล่านั้น ก็จะบันทึกสถิติไว้ ว่ามนุษย์ทั่วโลก ใช้คำว่าอะไรบ้างในการหาข้อมูล

"คำไข" เหล่านั้น สะท้อนถึง เรื่องที่มนุษย์กำลังสนใจอยู่
ผู้ดูแลเว็บค้นหาข้อมูล จึงรู้ว่ามนุษยชาติ (มนุษย์ ทั่วโลกที่มาใช้บริการเว็บของเขา) กำลังสนใจอะไรอยู่

google sandbox กับดักแห่งเว็ปใหม่

จริงๆตัวผมเองได้ยินคนอื่นพูดถึงเจ้ากล่องอันตรายนี้พอตัว แต่เว็บของผมเองไม่เคยที่จะมีปัญหากับเจ้ากล่องอันตรายนี้เลย จึงไม่ค่อยจะสนใจเท่าไร แต่อย่างไรก็ ตามผมก็คงจะพูดเกี่ยวกับมันสักหน่อยเพราะว่าเจ้ากล่องทรายอันตรายนี้จะทำปัญหาให้กับเพื่อนๆก็ได้ เจ้ากล่องอันตรายนี้จะมีผลกับเว็บที่เป็นเว็บใหม่ๆซะส่วนใหญ่ เจ้ากล่องนี้ พี่กู (Google) เป็นคนสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นการกรองเว็บใหม่ๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพราะทาง Google ไม่รู้เลยว่าเว็บใหม่ๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเว็บมีคุณภาพหรือป่าว บ้างคนพูดว่าถ้าเว็บใครติดกล่องนี้จะไม่มีทางเกิดเลย และจะไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูลของ Googleเลย เวลาใคร Search ก็จะไม่มีทางเจอเว็บเราๆได้เลย เพราะฉะนั้นเวลาที่เราทำเว็บใหม่ เราควรจะส่งเทียบเชิญให้ Bot ของ Google มาทำการล่วงเอาข้อมูลในเว็บเรา ก็คือการ submit เว็บเราไปยัง Google นั้นเอง หลังจากที่เราส่งเทียบเชิญประมาณโดยปกติที่ผมทำเว็บมาก็ประมาณไม่เกิน 1อาทิตย์ Google ก็จะเข้ามาเอาข้อมูลของเว็บผมและจะ Index เลย โดยจะ Index ที่ละหน้า หรือบางที่จะIndex ที่ละหลายๆหน้า

ยกตัวอย่างเว็บแรกที่ผมทำ จะIndex แค่หน้าเดี่ยวเกือบ 3เดือนจากนั้นก็เพิ่มเป็น 45 หน้าแล้วในปัจจุบัน เพื่อนๆต้องระวังนะครับว่าไม่ควรจะทำการ Add Url หลายครั้งนะครับ เพราะ Search Engine จะคิดว่าเราทำการ Spam(สแปม) ได้ ผมไม่รู้วิธีป้องกันเท่าไรเพราะอย่างนี้กล่าวไว้ตอนแรกว่าเว็บที่ผมทำไม่มีปัญญากับเจ้ากล่องอันตรายนี้เลย แต่ผมวิธีที่จะทำให้ Google indexเว็บเราแบบเร็วๆ นั้นก็คือวิธีนั้นก็คือ หาเว็บที่มี ค่า PR มากๆๆ และทำ link โดยทำ Text Link หรือBanner link มายังเว็บใหม่ของเรา Google หรือ Search Engine จะคิดว่าเว็บใหม่ของเราเป็นเว็บที่มีคุณภาพ เพราะมีเว็บที่มีค่า PR สูง ทำลิงค์มาหา ถ้าเพื่อนอยากรู้การรับมือและการทำให้เว็บเราหลุดเจ้ากล่องนี้ลองค้นหาข้อมูลดูได้นะครับจากพี่กูของเรานั้นเอง วันนี้หวังว่าเพื่อนๆจะได้ความรู้บ้างนะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ

อย่างไรให้ PR เราสูงขึ้น Traffics มากขึ้น Backlinks มากขึ้น

รวบทิปเกาเหลา ทำอย่างไรให้ PR เราสูงขึ้น Traffics มากขึ้น Backlinks มากขึ้น
หลังจากที่เขียนบทความแรกเกี่ยวกับ SEM (Introduction to Search Engine Marketing) มีเพื่อนๆเข้าไปดูและให้ comments กลับมาบ้างครับ แต่วันนี้ผมจะขอเขียนถึงประสบการณ์ที่ได้เคยทดลองเองและ ทำตามคนอื่นในการทำ SEO กับ เว็บไซต์ของตัวเองนะครับ ในการสร้าง Backlinks และการเพิ่ม Link Popularity หรือ PR นั่นเองครับ เนื้อหาในหัวข้อต่างๆผมจะเขียนแบบไม่เจาะลึก(เพราะไม่มีอะไรให้เจาะ) เอาแบบเข้าใจง่ายๆครับ บทความนี้ไม่รวมในส่วนของการทำ SEO นะครับ

1. Search Engine Submission (SES)ถือเป็นสิ่งแรกเลยนะครับหลังจากที่เว็บไซต์ของเราเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะโลดแล่นอยู่ในโลก Internet การทำการ submit เพื่อให้ Search Engines ต่างๆรู้จักกับเว็บไซต์ของเรา สำหรับบรรดา Search Engines หลักๆก็คือ Google, Msn, Yahoo, และ Search Engines อื่นๆเช่น โดยเฉพาะเจ้าพ่อแห่งวงการ อย่าง Google อย่าลืมที่จะ Submit นะครับ ซึ่งหลังจาก Submit ที่ google แล้ว เว็บของคุณอาจจะติดเจ้า Sandbox ก่อน (เป็น algorithm ชนิดหนึ่งที่ทาง Google สร้างขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันการ Spam ครับ) ข้อดีของการ ทำ SES ก็คือท่าเว็บเราอยู่ในระบบ รับรองได้เลยว่ามีแต่ได้กับได้ครับ

2. Major Directory Submissionพวก Web Directory ก็มีมากมายหลายแบบหลายชนิด Directory ยอดนิยมที่ผู้คนให้ความสนใจที่สุดก็คงไม่พ้น พี่ DMOZ ซึ่งไม่รู้เป็นอะไร Submit ง่าย แต่อยู่ในระบบยาก แต่อย่าท้อครับ พยายามทำให้เว็บของคุณอยู่ในระบบ DMOZ ให้ได้ เพราะ เจ้าพ่อ SE อย่าง Google ก็ใช้ฐาณข้อมูลของทาง DMOZ ด้วย เหตุผลก็คือ พี่ DMOZ เขาเป็น Human Edit Directory หรือใช้แรงงานคนในการตรวจสอบนั่นเอง ซึ่งก็คือ Google Directory ส่วนอีก Directory ยอดนิยมของคนมีตังก็คือ Yahoo Web Directory ครับ แต่การที่เราจะเพิ่มชื่อเข้าไปในระบบจะมีค่าใช้จ่ายด้วย แต่เขาก็ไม่รับรองนะครับว่าจะผ่านการตรวจสอบ 100% แต่เท่าตรวจสอบมา เว็บไซต์ที่มี อยู่ในระบบของ DMOZ และ Yahoo Web Directory มักอยู่ในตำแหน่งที่ดีใน SERP (Search Engine Result Page)

3. Paid & Free Directories Submissionของฟรีไม่มีในโลก อาจใช้ไม่ได้กับหัวข้อนี้ ผมจะบอกว่ายังมี Directories มากมายที่ให้เราได้ Submit Free และแบบเสียเงิน ซึ่งสามารถที่จะแยกออกตามหัวข้อต่างๆดังนี้
Regular Link ฟรีไม่ ชัวร์ว่าจะได้อยู่ในระบบไหมRegular Link with Reciprocal อันก็ฟรีแต่ต้องลิงค์กลับให้เขาด้วย แต่มีแนวโน้มจะได้อยู่ในระบบสูง!Featured Link ได้แน่นอนครับ เร็ว และได้อยู่ในอันดับต้นๆเลย แต่เสียเงิน!
พูดกันตรงๆเลยว่า พวก Directories เหล่านี้สามารถที่จะสร้าง Backlinks มาให้กับเว็บเรามากแค่ไหน ผมก็ขอตอบในส่วนของผมว่า หากเว็บเพจ ใน Directory มีค่า PR ซึ่งก็จะส่งผลดีให้กับเราอยู่แล้วยิ่งเป็นของฟรีแล้วยิ่งคุ้มครับ แต่การที่เราจะได้อยู่ในหน้าแรกๆในหัวข้อเช่น Travel ได้นั้นก็ยากพอสมควรครับ ขอให้เรามีความอดทนในการ Submit นะครับ( ตอนนี้ผมเองก็ทำทุกวัน เฮ้อ สู้ๆ)

4. Signature ลายเซ็นพิฆาตหลายๆคนคงรู้จักทิปนี้แน่นอน(โดยเฉพาะตัวผมเองชอบมาก) ขอให้เป็นลายเซ็นที่ไม่เป็นในลักษณะการ Spam หรือขายโฆษณานะครับ (อาจโดนแบนได้จากเว็บบอร์ดนั้นๆ) เอาแบบเนียนและสวยงามครับ ผมจะบอกถึงผลดีที่เราได้รับตรงๆก็คือ Traffic จากจำนวนผู้คนที่จะเข้ามาในเว็บของส่วนผลพลอยได้แบบดับเบิ้ล ก็คือหากเว็บบอร์ดนั้นๆมีเนื้อหาสาระในหมวดเดียวกับเรา ละมีค่า PR ด้วย รับรองได้เลยว่าจะเป็น One way Link ที่มีคุณภาพคับแก้วแน่นอน

5. Link Exchange แลกลิงค์กระจายหัวข้อนี้ไม่มีอะไรมากครับ แลกลิงค์อย่างเดียวครับ ผมขอแนะนำให้เพื่อนๆสร้างหน้าแลกลิงค์มาโดยเฉพาะเลยนะครับ เช่น Link.html เป็นต้น เพราะว่าลิงค์ที่เราจะทำกลับไปให้ Partner ของเราจะได้ไม่ต้องทำจากหน้า Home หรือ index ของเราครับ ยังมีเว็บไซต์เช่น linkmetro.com Linkmarket.net ให้บริการโปรแกรมแลกลิงค์ ด้วยซึ่งก็มีประโยชน์กับเราตรงๆเลยครับ

6. BackLink for Sell ถึงเวลาต้องซื้อลิงค์มีเว็บไซต์ทุนหนามากมาย ที่ต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองได้อยู่หน้าแรก อันดับแรกๆใน SERP ใน Keyword นั้นๆ การซื้อ Oneway Link จากเว็บไซต์ที่มีค่า PR สูงๆ ก็เป็นปัจจัยหลักๆในการสร้าง Link Popularity ครับ แต่หากเราจำเป็นต้องทำ ผมขอบอกเลยว่าทำให้เนียนนะครับ ผมขอยกตัวอย่างการซื้อ Oneway links ที่มีคุณภาพไม่ใช่ PR สูงอย่างเดียวและอย่าลืมดูว่าเนื้อหาต้องมีความ สัมพันธ์ กับเว็บไซต์ของเราด้วย โปรดอย่า!ซื้อลิงค์จำพวก 50$ for 10,000 oneway links เป็นต้น ตอนนี้เราคงต้องกลับมาถามตัวเองดูครับ ว่าถึงเวลาที่ต้องเสียเงินหรือยัง (ผมทุนน้อยชอบของฟรี)

7. Content is Everything เนื้อหาดี สาระดี ชีวิตก็ดีขึ้นพวกเราคงเคยได้อ่าน Content is the King ใช่แล้วครับ ถ้าเว็บไซต์ของเราเนื้อหาดีมีข่าวสารน่าติดตาม ข้อมมูลที่ดีและมีประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชม รับรองว่ารุ่งครับ ตัวอย่างง่ายๆก็คือหากเว็บของคุณเขียนบทความเกี่ยวกับGoogle Adsense ซึ่งเป็นบทความที่มีให้ประโยชน์กับผู้อ่านมากๆ อาจจะมีเว็บไซต์อื่นนำบทความของท่านไป ลงในเว็บของเขาและทำ ลิงค์กลับมาที่เว็บเจ้าของบทความซึ่งก็คือเว็บคุณ สิ่งที่คุณได้รับ Oneway Link ชื่อเสียง(สำคัญมาก) ไม่แปลกเลยที่หลายๆคน เขียนบทความและ Submit ไปที่ Articleห Directory (หัวข้อต่อไปครับ) อย่าลืมครับว่าไม่ใช่แค่ บทความยังมีสิ่งๆอื่นมากมากมายที่สามารถสร้าง Backlinks กัลมาได้อีกครับ

8. Articles Submission บทความ เสริมสร้างบารมีหัวข้อภาษาไทยอาจจะดูอลังการ (นิดนึง) แต่ของอย่างนี้ไม่เจอกับตัวคงไม่เชื่อแน่ๆ บทความดีๆ บางทีสามารถที่จะทำให้จำนวนผู้เยี่ยมชมสู่เว็บคุณมีมากมายถล่มถลายจน Bandwidth vคุณหมดได้ครับ (ระวังไว้จะเจอกับตัว) แต่ก็อย่างว่าครับ มันขึ้นอยู่กับคุณภาพของบทความและคุณค่าที่มีให้กับผู้อ่านและ เว็บไซต์ที่ดึงไปลงในเว็บเขาครับ เพิ่มเติมอีกนิดนะครับว่า พวก Free Articles เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมีเยอะครับ เช่น http://www.digg.com/

9. PPC Pay Per Click คลิกแล้วจ่าย(ได้คุ้มเสีย)เจ้า PPC หรือ Pay Per Click เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ใน SEM (บทความแรกเลยนะครับที่ผมเขียน) ข้อดีของมันก็คือเราสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ที่เราต้องการให้เข้าชมเว็บของเราครับ จุดสำคัญจริงๆแล้วไม่ได้อยู่ที่จะนำคนเข้ามาตามคลิกที่เกิดขึ้นครับ แต่อยู่ที่ทำยังไงจะให้คนที่เข้ามา กลับเข้ามาอีกเรื่อยๆครับ(ย้อนไปที่หัวข้อ Content is Everything) หากเราต้องมาเสียเงินเรื่อยๆแต่สิ่งที่ตอบกลับมาคงไม่มีอะไรเลย หากมีแต่ลูกค้าหน้าใหม่ๆ เพราะเราคงไม่โปรโมทเว็บไซต์ของเราทั้งปีแน่ๆ สำหรับ PPC ก็มีหลายเจ้าที่ให้บริการอยู่นะครับ หลักๆก็ Google Adwords, Yahoo Sponsored Search, Overture อื่นๆอีกมากมายครับ

10. Email Marketing โปรโมต เว็บผ่านอีเมลย์อันนี้เป็นวิธีเก่าเอามาทำใหม่ อย่าลืมเติมน้ำจิ้มและอุ่นก่อนทานนะครับ จริงๆแล้วเป็นวิธีที่ได้ผลพอสมควรถ้าให้ดีควรทำแบบที่ไม่เข้า ข่าย Spam นะครับ เช่นเมลย์ไปแนะนำเว็บไซต์ใหม่ที่เราทำกับ Contact List เพื่อนๆหรือคนรู้จักของเราเท่านั้นครับ ไม่ใช่เชิงพานิชย์ขายสินค้านะครับ สำคัญที่สุดก็คือ เว็บไซต์ที่ติด Adsense โปรดระวังอาจโดนแบนได้นะครับ แนะว่าไม่น่าใช้ถึงไม่น่าใช้ที่สุดครับ
เอาไปสิบหัวข้อก่อนนะครับ ผมว่าจะเขียนต่ออีก เอาไว้ค่อยเขียนต่อนะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับเพื่อนๆนะครับ
ปล. อีกนิดนึงผมอาจไม่ใช่ผู้ชำนาญอะไรมากแต่ยินดีแชร์ความรู้กับ เพื่อนๆที่เพิ่งเริ่มมาศึกษานะครับ

อย่างไรให้ PR เราสูงขึ้น Traffics มากขึ้น Backlinks มากขึ้น

รวบทิปเกาเหลา ทำอย่างไรให้ PR เราสูงขึ้น Traffics มากขึ้น Backlinks มากขึ้น
หลังจากที่เขียนบทความแรกเกี่ยวกับ SEM (Introduction to Search Engine Marketing) มีเพื่อนๆเข้าไปดูและให้ comments กลับมาบ้างครับ แต่วันนี้ผมจะขอเขียนถึงประสบการณ์ที่ได้เคยทดลองเองและ ทำตามคนอื่นในการทำ SEO กับ เว็บไซต์ของตัวเองนะครับ ในการสร้าง Backlinks และการเพิ่ม Link Popularity หรือ PR นั่นเองครับ เนื้อหาในหัวข้อต่างๆผมจะเขียนแบบไม่เจาะลึก(เพราะไม่มีอะไรให้เจาะ) เอาแบบเข้าใจง่ายๆครับ บทความนี้ไม่รวมในส่วนของการทำ SEO นะครับ

1. Search Engine Submission (SES)ถือเป็นสิ่งแรกเลยนะครับหลังจากที่เว็บไซต์ของเราเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะโลดแล่นอยู่ในโลก Internet การทำการ submit เพื่อให้ Search Engines ต่างๆรู้จักกับเว็บไซต์ของเรา สำหรับบรรดา Search Engines หลักๆก็คือ Google, Msn, Yahoo, และ Search Engines อื่นๆเช่น โดยเฉพาะเจ้าพ่อแห่งวงการ อย่าง Google อย่าลืมที่จะ Submit นะครับ ซึ่งหลังจาก Submit ที่ google แล้ว เว็บของคุณอาจจะติดเจ้า Sandbox ก่อน (เป็น algorithm ชนิดหนึ่งที่ทาง Google สร้างขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันการ Spam ครับ) ข้อดีของการ ทำ SES ก็คือท่าเว็บเราอยู่ในระบบ รับรองได้เลยว่ามีแต่ได้กับได้ครับ

2. Major Directory Submissionพวก Web Directory ก็มีมากมายหลายแบบหลายชนิด Directory ยอดนิยมที่ผู้คนให้ความสนใจที่สุดก็คงไม่พ้น พี่ DMOZ ซึ่งไม่รู้เป็นอะไร Submit ง่าย แต่อยู่ในระบบยาก แต่อย่าท้อครับ พยายามทำให้เว็บของคุณอยู่ในระบบ DMOZ ให้ได้ เพราะ เจ้าพ่อ SE อย่าง Google ก็ใช้ฐาณข้อมูลของทาง DMOZ ด้วย เหตุผลก็คือ พี่ DMOZ เขาเป็น Human Edit Directory หรือใช้แรงงานคนในการตรวจสอบนั่นเอง ซึ่งก็คือ Google Directory ส่วนอีก Directory ยอดนิยมของคนมีตังก็คือ Yahoo Web Directory ครับ แต่การที่เราจะเพิ่มชื่อเข้าไปในระบบจะมีค่าใช้จ่ายด้วย แต่เขาก็ไม่รับรองนะครับว่าจะผ่านการตรวจสอบ 100% แต่เท่าตรวจสอบมา เว็บไซต์ที่มี อยู่ในระบบของ DMOZ และ Yahoo Web Directory มักอยู่ในตำแหน่งที่ดีใน SERP (Search Engine Result Page)

3. Paid & Free Directories Submissionของฟรีไม่มีในโลก อาจใช้ไม่ได้กับหัวข้อนี้ ผมจะบอกว่ายังมี Directories มากมายที่ให้เราได้ Submit Free และแบบเสียเงิน ซึ่งสามารถที่จะแยกออกตามหัวข้อต่างๆดังนี้
Regular Link ฟรีไม่ ชัวร์ว่าจะได้อยู่ในระบบไหมRegular Link with Reciprocal อันก็ฟรีแต่ต้องลิงค์กลับให้เขาด้วย แต่มีแนวโน้มจะได้อยู่ในระบบสูง!Featured Link ได้แน่นอนครับ เร็ว และได้อยู่ในอันดับต้นๆเลย แต่เสียเงิน!
พูดกันตรงๆเลยว่า พวก Directories เหล่านี้สามารถที่จะสร้าง Backlinks มาให้กับเว็บเรามากแค่ไหน ผมก็ขอตอบในส่วนของผมว่า หากเว็บเพจ ใน Directory มีค่า PR ซึ่งก็จะส่งผลดีให้กับเราอยู่แล้วยิ่งเป็นของฟรีแล้วยิ่งคุ้มครับ แต่การที่เราจะได้อยู่ในหน้าแรกๆในหัวข้อเช่น Travel ได้นั้นก็ยากพอสมควรครับ ขอให้เรามีความอดทนในการ Submit นะครับ( ตอนนี้ผมเองก็ทำทุกวัน เฮ้อ สู้ๆ)

4. Signature ลายเซ็นพิฆาตหลายๆคนคงรู้จักทิปนี้แน่นอน(โดยเฉพาะตัวผมเองชอบมาก) ขอให้เป็นลายเซ็นที่ไม่เป็นในลักษณะการ Spam หรือขายโฆษณานะครับ (อาจโดนแบนได้จากเว็บบอร์ดนั้นๆ) เอาแบบเนียนและสวยงามครับ ผมจะบอกถึงผลดีที่เราได้รับตรงๆก็คือ Traffic จากจำนวนผู้คนที่จะเข้ามาในเว็บของส่วนผลพลอยได้แบบดับเบิ้ล ก็คือหากเว็บบอร์ดนั้นๆมีเนื้อหาสาระในหมวดเดียวกับเรา ละมีค่า PR ด้วย รับรองได้เลยว่าจะเป็น One way Link ที่มีคุณภาพคับแก้วแน่นอน

5. Link Exchange แลกลิงค์กระจายหัวข้อนี้ไม่มีอะไรมากครับ แลกลิงค์อย่างเดียวครับ ผมขอแนะนำให้เพื่อนๆสร้างหน้าแลกลิงค์มาโดยเฉพาะเลยนะครับ เช่น Link.html เป็นต้น เพราะว่าลิงค์ที่เราจะทำกลับไปให้ Partner ของเราจะได้ไม่ต้องทำจากหน้า Home หรือ index ของเราครับ ยังมีเว็บไซต์เช่น linkmetro.com Linkmarket.net ให้บริการโปรแกรมแลกลิงค์ ด้วยซึ่งก็มีประโยชน์กับเราตรงๆเลยครับ

6. BackLink for Sell ถึงเวลาต้องซื้อลิงค์มีเว็บไซต์ทุนหนามากมาย ที่ต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองได้อยู่หน้าแรก อันดับแรกๆใน SERP ใน Keyword นั้นๆ การซื้อ Oneway Link จากเว็บไซต์ที่มีค่า PR สูงๆ ก็เป็นปัจจัยหลักๆในการสร้าง Link Popularity ครับ แต่หากเราจำเป็นต้องทำ ผมขอบอกเลยว่าทำให้เนียนนะครับ ผมขอยกตัวอย่างการซื้อ Oneway links ที่มีคุณภาพไม่ใช่ PR สูงอย่างเดียวและอย่าลืมดูว่าเนื้อหาต้องมีความ สัมพันธ์ กับเว็บไซต์ของเราด้วย โปรดอย่า!ซื้อลิงค์จำพวก 50$ for 10,000 oneway links เป็นต้น ตอนนี้เราคงต้องกลับมาถามตัวเองดูครับ ว่าถึงเวลาที่ต้องเสียเงินหรือยัง (ผมทุนน้อยชอบของฟรี)

7. Content is Everything เนื้อหาดี สาระดี ชีวิตก็ดีขึ้นพวกเราคงเคยได้อ่าน Content is the King ใช่แล้วครับ ถ้าเว็บไซต์ของเราเนื้อหาดีมีข่าวสารน่าติดตาม ข้อมมูลที่ดีและมีประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชม รับรองว่ารุ่งครับ ตัวอย่างง่ายๆก็คือหากเว็บของคุณเขียนบทความเกี่ยวกับGoogle Adsense ซึ่งเป็นบทความที่มีให้ประโยชน์กับผู้อ่านมากๆ อาจจะมีเว็บไซต์อื่นนำบทความของท่านไป ลงในเว็บของเขาและทำ ลิงค์กลับมาที่เว็บเจ้าของบทความซึ่งก็คือเว็บคุณ สิ่งที่คุณได้รับ Oneway Link ชื่อเสียง(สำคัญมาก) ไม่แปลกเลยที่หลายๆคน เขียนบทความและ Submit ไปที่ Articleห Directory (หัวข้อต่อไปครับ) อย่าลืมครับว่าไม่ใช่แค่ บทความยังมีสิ่งๆอื่นมากมากมายที่สามารถสร้าง Backlinks กัลมาได้อีกครับ

8. Articles Submission บทความ เสริมสร้างบารมีหัวข้อภาษาไทยอาจจะดูอลังการ (นิดนึง) แต่ของอย่างนี้ไม่เจอกับตัวคงไม่เชื่อแน่ๆ บทความดีๆ บางทีสามารถที่จะทำให้จำนวนผู้เยี่ยมชมสู่เว็บคุณมีมากมายถล่มถลายจน Bandwidth vคุณหมดได้ครับ (ระวังไว้จะเจอกับตัว) แต่ก็อย่างว่าครับ มันขึ้นอยู่กับคุณภาพของบทความและคุณค่าที่มีให้กับผู้อ่านและ เว็บไซต์ที่ดึงไปลงในเว็บเขาครับ เพิ่มเติมอีกนิดนะครับว่า พวก Free Articles เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมีเยอะครับ เช่น www.digg.com

9. PPC Pay Per Click คลิกแล้วจ่าย(ได้คุ้มเสีย)เจ้า PPC หรือ Pay Per Click เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ใน SEM (บทความแรกเลยนะครับที่ผมเขียน) ข้อดีของมันก็คือเราสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ที่เราต้องการให้เข้าชมเว็บของเราครับ จุดสำคัญจริงๆแล้วไม่ได้อยู่ที่จะนำคนเข้ามาตามคลิกที่เกิดขึ้นครับ แต่อยู่ที่ทำยังไงจะให้คนที่เข้ามา กลับเข้ามาอีกเรื่อยๆครับ(ย้อนไปที่หัวข้อ Content is Everything) หากเราต้องมาเสียเงินเรื่อยๆแต่สิ่งที่ตอบกลับมาคงไม่มีอะไรเลย หากมีแต่ลูกค้าหน้าใหม่ๆ เพราะเราคงไม่โปรโมทเว็บไซต์ของเราทั้งปีแน่ๆ สำหรับ PPC ก็มีหลายเจ้าที่ให้บริการอยู่นะครับ หลักๆก็ Google Adwords, Yahoo Sponsored Search, Overture อื่นๆอีกมากมายครับ

10. Email Marketing โปรโมต เว็บผ่านอีเมลย์อันนี้เป็นวิธีเก่าเอามาทำใหม่ อย่าลืมเติมน้ำจิ้มและอุ่นก่อนทานนะครับ จริงๆแล้วเป็นวิธีที่ได้ผลพอสมควรถ้าให้ดีควรทำแบบที่ไม่เข้า ข่าย Spam นะครับ เช่นเมลย์ไปแนะนำเว็บไซต์ใหม่ที่เราทำกับ Contact List เพื่อนๆหรือคนรู้จักของเราเท่านั้นครับ ไม่ใช่เชิงพานิชย์ขายสินค้านะครับ สำคัญที่สุดก็คือ เว็บไซต์ที่ติด Adsense โปรดระวังอาจโดนแบนได้นะครับ แนะว่าไม่น่าใช้ถึงไม่น่าใช้ที่สุดครับ
เอาไปสิบหัวข้อก่อนนะครับ ผมว่าจะเขียนต่ออีก เอาไว้ค่อยเขียนต่อนะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับเพื่อนๆนะครับ
ปล. อีกนิดนึงผมอาจไม่ใช่ผู้ชำนาญอะไรมากแต่ยินดีแชร์ความรู้กับ เพื่อนๆที่เพิ่งเริ่มมาศึกษานะครับ

การทำเงิน กับ Google Adsend




หลังจากที่ได้ทำเว็บเป็น จากแรงมุ่งมั่นในการทำเว็บกิล(ติดเกมแรค)ประกอบกับเงินไม่พอใช้ ทำให้คิดหาเงินทางอื่นๆ ผมก็มานั่งอ่านกระทู้ต่างๆตามเว็บบอร์ด มีคนพูดถึงการสมัครอ่านอีเมล์แล้วได้เงิน การโหลดโปรแกรมตัวการ์ตูนวิ่งๆเพื่อให้เราดูโฆษณา ผมไม่กล้าลองเพราะไม่อยากเสียเวลา จนน้องผมบอกว่าลองทำ Adword ดิ ผมก็งงว่ามันคืออะไร น้องผมเลยให้หนังสือมาอ่าน จนรูว่ามันต้องลงทุนด้วย ทำไปสักพักน้องมันก็บอกว่า (เพราะเริ่มจะขาดทุน ก้ยังมือใหม่กันนั้นเอง)ทำ Adsense ดีกว่า ผมก็งงอีกว่ามันคืออะไร น้องผมก็เลยให้เข้าเว็บ ไทยเสี้ยว seo.in.th ก็เข้าใจแต่ยังไม่ได้ทำอีก เพราะผิดหวังจาก


Adword เลยคิดว่ามันก็คงไม่ได้อีก ในใจก็คิดว่าหาเงินทางเน็ตไม่มีทางเป็นไปได้ จนผ่านไปสักพักน้องมันเอา PIN ที่ได้จากการทำ Adsense ให้ดู ผมก็ดูแล้วก็คิดว่ามันส่งมาจริงๆ ในใจก็ว่านะจะลองสักตั้งว่ะ เลยทำเว็บดูเดือนแรกได้มา 10$ กว่า ก็ดีใจคิดว่าเอาให้ครบ 50$ ก่อนดูซิว่ามันจะส่ง PIN มาให้แบบน้องผมป่าว ในที่สุดผมก็ได้ PIN มาก็ดีใจถือว่าประสบความสำเร็จครึ่งหนึ่งแล้ว ต่อไปก็พยายามอัพเดทและ Submit เรื่อยๆ รอจนกว่าจะได้เช็คใบแรก หลังจากได้ PIN 2-3 เดือนผมก็ได้เช็คใบแรก ดีใจและมีกำลังจากมาก ช่วงนั้นผมหาความรู้มากมายเกี่ยวกับการทำ SEO แต่ตอนไม่ค่อยมีเวลาเพราะต้องดูแลลูกน้อย หลังจากได้เช็คใบแรกก็เข้าใจแล้วว่า อินเตอร์มันหาเงินได้จริงๆๆ

word press คืออะไร

เห็นมีเพื่อนครูหลายท่านสอบถามมาว่า โรงเรียนบ้านทองหลางใช้โปรแกรมอะไรเขียนเว็บถึงได้เร็วดีนักแล ก็ขอบอกตามความจริงไปเลยว่า เราใช้ซอฟแวร์ของ wordpress ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ของบล็อกที่มีขนาดเล็กมาก ขนาดแค่ 1.76M เท่านั้นที่สำคัญ “ฟรี” ไม่เสียตังค์ครับ เมื่อเราดาวน์โหลดมาแล้วและขยายไฟล์มีขนาด 5M แต่ต้องบอกก่อนว่าเว็บ wordpress มีสองแบบคือ wordpress.com และ wordpress.org ถ้าหากต้องการของฟรีล้านเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องไปที่ wordpress.com มีพื้นที่ฟรี 3Gb เมื่อสมัครครบถ้วน
กระบวนความแล้วท่านก็จะมีเว็บ http://yourname.wordpress.com มีคำว่า wordpress ต่อท้าย ก็แหงล่ะครับไปใช้ของเขาฟรีได้ดีขนาดนี้ก็น่าจะพอแล้ว ตัวอย่าง anonmemory.wordpress.com ซึ่งส่วนนี้ก็ตกแต่งได้พอประมาณส่วน wordpress.org ตัวนี้เป็นซอฟต์แวร์ซึ่ง “ฟรี” แต่ท่านต้องหาพื้นที่และจดโดเมนเนมเองจะเป็นดอทอะไรก็ได้ เหมือนเว็บโรงเรียนบ้านทองหลางแห่งนี้แหละครับข้อดีตรงนี้คือ เราสามารถปรับแต่งอะไรก็


ได้ตามใจนึก(อันที่จริงต้องบอกว่าตามความสามารถที่เรามี) แล้วทำไมต้อง wordpress? ก็เพราะว่ามันเป็นบล็อกที่ได้รับความนิยมระดับโลก มี community ขนาดใหญ่ มีระบบ CMS มีการจัดการเว็บได้ทุกที่ทุกเวลา มี theme มากมาย อัพเกรดง่ายดาย มีการสื่อสาร 2 ทาง และที่สำคัญโหลดเร็วครับ (อาจจะขึ้นกับปัจจัยอื่นด้วย เช่น host ที่เราเช่าอยู่)สำหรับใครที่ต้องการข้อมูลที่ละเอียด กระผมก็จะขอแนะนำหนังสือสองเล่มที่เขียนเกี่ยวกับ wordpress ได้แก่ “wordpress สร้างบล็อกอัจฉริยะ ก้าวก่อนใครในโลกออนไลน์” ผู้เขียนคือ คุณอนุชา ลีวรกุล จาก witty group เล่มที่สอง ” wordpress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” ของคุณเดชา ไชยเมือง จากสำนักพิมพ์ TARADedu.com แค่ท่านหาซื้อหนังสือแล้วทำตามทีละขั้นตอนท่านก็จะมีเว็บสวยๆ ใช้แล้วครับ ไม่จำเป็นต้องเก่งคอมพิวเตอร์ระดับพระกาฬหรอกครับ กระผมเองก็เคยแต่ท่องเน็ต แต่ไม่เคยมีเว็บ แค่ลองเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้ให้บ้าง ก็แค่นั้นเองขอให้มีความสุข และมีเว็บไซต์สมใจปรารถนาครับ แล้วคุยกันใหม่คราวหน้ากระผมจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบล็อกล้วนๆป.ล.หากเว็บนี้พอเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ก็กรุณาคอมเมนท์มาให้เป็นกำลังใจด้วยนะครับ จะได้พัฒนาเว็บให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ครบเครื่องเรื่องบล็อก

เอาล่ะครับวันนี้ก็ได้ฤกษ์ได้ยามเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับบล็อกกันเสียที หลังจากที่เกริ่นไว้ในบทความก่อนหน้านี้ เชื่อว่าครูอาจารย์หรือผู้อ่านหลายๆท่านอาจจะมีบล็อกส่วนตัวอยู่แล้ว และยังมีอีกมากมายหลายท่านที่ไม่รู้เลยว่าบล็อกคืออะไร( แต่ไม่ใช่อิฐบล็อกอย่างแน่นอนครับ ) หรืออาจจะเคยอ่านผ่านสายตามาบ้าง แต่ไม่รู้ว่านั่นคือบล็อก ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันที่ความหมายของคำว่า “บล็อก” กันดีกว่าเพื่อความน่าเชื่อถือของบทความขออนุญาตนำข้อมูลจาก วิกิพีเดีย(Wikipedia) สารานุกรมออนไลน์มาเสริมบทความนี้ก็แล้วกันนะครับ
บล็อก (blog) เป็นคำรวมมาจากคำว่า เว็บล็อก (weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือบล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า “บล็อก” ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า “บล็อกเกอร์” (blogger)
บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่าอาหาร การศึกษา การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบันด้วยรูปแบบบริการ และการใช้งานในลักษณะการแบ่งปันข้อมูล โดยไม่ยึดติดกับซอฟแวร์ มีเครือข่ายแบบสังคมออนไลน์ ของบล็อกนี้เอง ที่เป็นตัวให้นิยามของคำว่า web 2.0 ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ตอนนี้เรามาดูบริการบล็อกทั้งฟรีและเสียตังค์กันนะครับว่า มีเจ้าไหนบ้างที่ครองโลกออนไลน์อยู่
ผู้ให้บริการฟรีบล็อก
1. blogger.com ของ google.com2. wordpress.com3. blog.com4. weblog.com5. clearblogs.com6. livejournal.com7. bravenet.com8. iseekblog.com9. tumblr.com10. Netcipia.com
นี่คือตัวอย่างที่ผมยกมาให้ดูเป็นตัวอย่าง อันที่จริงแล้วเว็บที่ให้บริการฟรีบล็อกมีเป็นร้อยเป็นพัน แต่ขอยกเฉพาะที่ผู้คนนิยมมาให้ดูก่อนนะครับ ในเมืองไทยนั้นผู้คนจะนิยม blogger เนื่องจากสนับสนุนการใช้ภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ บริหารจัดการง่าย แสดงผลเร็วเพราะเป็นบริการจากยักษ์ใหญ่คือ google เอง สำหรับ wordpress นั้น ก็มีผู้ใช้ทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะสนับสนุนภาษาไทย บริหารจัดการง่าย ที่สำคัญปรับแต่งตามสไตล์ของเจ้าของบล็อกได้อย่างหลากหลาย แต่เหล่าบล็อกเกอร์ในเมืองไทย โดยเฉพาะวัยรุ่นหนุ่มสาวจะนิยมบริการบล็อกสายพันธ์ไทย หรือไม่ก็บล็อกชื่อดังของ search engine ดังที่จะกล่าวต่อไปครับผู้ให้บริการบล็อกในเมืองไทย ได้แก่ blognone.com, exteen.com, gotoknow.com, bloggang.com, oknation.com เป็นต้น และที่กำลังเป็นที่นิยม หรือเป็นกระแสที่แรง ในสังคมออนไลน์ในปัจจุบันก็คือการใช้บริการบล็อกฟรี ที่เป็นลักษณะ Network หรือเครือข่าย อันได้แก่ Hi5.com, windowslivespace.com ของไมโครซอฟต์, yahoo 360° ของ yahoo.com, multiply.com, facebook.com และอีกมากมายครับซึ่งบล็อกในกรณีหลังนี้จะเป็นเครือข่ายที่กำลังเป็นที่นิยม เป็นสังคมออนไลน์ที่พูดคุย หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ หรือมีแนวคิดเดียวกัน แต่สำหรับ webmaster แล้วมองว่า บล็อกในลักษณะเครือข่ายบางบริการ เช่น hi5 ยังขาดความเชื่อถือในเรื่องของข้อมูลอยู่มาก และเป็นแหล่งสื่อสารออนไลน์ที่ควบคุมยาก เนื้อหาไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร เป็นลักษณะของเล่นมากกว่า ซึ่งหากใครที่จะทำบล็อกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเพื่อนครูบาอาจารย์ทั้งหลาย หรือผู้ที่ต้องการบล็อกเพื่อแบ่งปันข้อมูลกันจริงๆ แล้ว แนะนำบริการบล็อก 10 อันดับข้างต้นครับถึงตอนนี้เชื่อว่าหลายท่านที่ไม่เคยมีบล็อกอาจจะอยากมีบล็อกกับเขาบ้างแล้ว หรือจะดูตัวอย่างคนอื่นก่อนก็ย่อมได้ ซึ่งผมก็มีวิธีการดูตัวอย่างการค้นหาเว็บบล็อกเหล่านี้ ด้วยคำสั่งพิเศษที่จะทำให้ผลการค้นหาปรากฏเฉพาะบล็อกที่ท่านต้องการ โดยมีผู้ช่วยคือ google ครับ ตัวอย่างต้องการค้นหาบล็อกของ blogger.com (ซึ่งจะมีคำว่า blogspot.com ต่อท้าย)ให้พิมพ์ site:.blogspot.com ลงในช่องค้นหา แล้ว Enter ก็จะปรากฏบล็อกที่สร้างจาก blogger.com ขึ้นมาอย่างมากมายมหาศาล แล้วท่านก็จะรู้เลยว่า เขาเขียนบล็อกกันมากมายขนาดนี้เชียวหรือนี่ แล้วเราจะไม่ลงไปเป็นส่วนหนึ่งเลยหรือ? บทความนี้คงพอแค่นี้ก่อนนะครับ คราวหน้าคงมาต่อเรื่องบล็อกกันอีก แต่จะเป็นเรื่องอะไรก็ค่อยว่ากันอีกทีนะครับ

การโปรโมทเว็บ หรือการทำ SEO (Search Engine Optimization)

การโปรโมทเว็บ หรือการทำ SEO (Search Engine Optimization) ถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญมากเลยทีเดียว คนที่มีเว็บหรือมีบล็อกล้วนต้องการให้คนเข้ามาเยี่ยมชมอย่างแน่นอน ซึ่งหากเราทำเว็บเสร็จเรียบร้อย แล้วนั่งรอให้คนเข้าดู โดยเราไม่ต้องทำอะไร ก็คงเป็นการยากที่จะมีจำนวนผู้เยี่ยมชมที่เพียงพอ หรือสมกับที่เราลงทุนลงแรงไป ดังนั้นเราจะต้องเป็นผู้ประกาศเอง ทั้งโดยวิธีธรรมดาสามัญ เช่น บอกกล่าวกันด้วยคำพูดนี่แหละ ตัวอย่าง “พี่ๆ ผมมีเว็บแล้วนะ พี่มีปากกาหรือเปล่า ผมจะจด url ให้ แล้วพี่ไปเยี่ยมชมด้วยนะ” …อันที่จริงต้องหัดลงทุนมากกว่านี้นะ หุหุ วิธีนี้คงได้ผู้ชมไม่กี่คน สำหรับบทความที่จะนำเสนอวันนี้ กระผมจะให้วิธีโปรโมทเว็บไซต์โดยการไป Submit หรือ Add Url เว็บของเรากับ Search Engine ทั่วโลก เพื่อให้เว็บของเราไปอยู่ในสารบบ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะมีผลให้เว็บเรามีโอกาสเผยโฉมในระดับโลก Search Engine แรกสุดที่อยากให้นำ url ของเว็บเราไปฝากไว้ก็คือ 3 ยักษ์ใหญ่ได้แก่ Google.com, Yahoo.com และ Live Search ของไมโครซอฟต์ ครับ อยากให้แยก 3 ตัวนี้ไว้ต่างหาก …อ้อลืมบอกไปว่า การ Add Url ก็เปรียบเสมือนการส่งบัตรเชิญให้ Search Engine มาเยี่ยมเว็บเราครับ เริ่มที่ Google ก่อน โดยเข้าทางนี้เลยครับ http://www.google.com/addurl/ ส่วน Yahoo.com เข้าตรงนี้ครับ https://siteexplorer.search.yahoo.com/submit ส่วนของ Live Search เข้าทางนี้ครับ http://search.live.com/docs/submit.aspx ที่อยากให้แยกต่างหากก็เพื่อความชัวร์ครับ ถ้าเราได้ add url เข้าไปแล้ว ถือว่าแล้วเลยครับ ไม่ต้องไปทำบ่อยๆ เพราะ bot หรือตัวเก็บข้อมูลจะเข้าไปเก็บที่หน้าหลัก (Home Page)ก่อน แล้วจะค่อยๆ ไต่ไปเก็บหน้าอื่นๆ ยิ่งเราไป Add บ่อยๆ อาจจะโดนเพ่งเล็งว่าเป็น spam ได้ ไม่ใช่ว่าเพิ่มข้อมุลทีก็ Add ที ไม่ใช่นะครับ ถ้าเว็บเราถูกมองว่าเป็น Spam อาจโดนถอดออกจากสารบบได้ครับ

อันที่จริงขั้นตอนการโปรโมทเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกเนี่ย จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำเว็บ แต่ผมว่าไม่จำเป็น หากเราต้องการให้บรรดา Search Engine ทั้งหลายมาเก็บข้อมูลที่หน้าเพจเรา เราสามารถโปรโมทไว้ตั้งแต่แรกที่เรามีข้อมูลในเว็บไซต์ ซึ่งอาจจะแค่หน้าเดียว หรือบทความเดียว ทั้งนี้ Search Engine บางตัวถึงแม้ว่าจะ Submit ไปแล้วมันยังต้องรอเวลามาเก็บข้อมูลเรา ดังนั้นเราก็ประกาศออกไปก่อน ซึ่งกว่ามันจะมา เว็บเราก็มีความพร้อมแล้ว หรือเสร็จเรียบร้อย 100 เปอร์เซนต์แล้ว พอ Bot หรือ Spider ของ Search Engine มาถึงเราก็มีข้อมูลให้รับประทานเป็นที่เรียบร้อยในทุกๆ หน้าครับ มีหนังสือเล่มหนึ่งที่อยากแนะนำให้คนทำเว็บทั้งหลายได้อ่าน คือ การทำ SEO ของคุณอรรคพล ยุตตะกรณ์ครับ เขียนได้ละเอียดดี อ่านแล้วเข้าใจง่ายครับ …เจอกันคราวหน้าจะให้เว็บ submit ที่ Add ครั้งเดียวเกือบ 300 Search Engine เลยทีเดียว คอยติดตามนะครับ

โปรโมท เว็ปให้ดัง สนั่นเมือง(add url)

ถ้าคุณผุ้อ่านเป็นมือใหม่ในการทำเว็บ ผมขออนุญาตอธิบายนิดนึงว่า การซับมิท หรือ Add Url ของเราตามบทความที่กระผมกล่าวต่อไปนี้ เป็นเพียงขั้นตอนของการไปบอกกล่าว Search Engine ให้ทราบว่าเรามีเว็บไซต์แล้วนะ พร้อมเปิดตัวแล้วเชิญมาเก็ยข้อมูลได้เลยประมาณนั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับการนำ url ของเราไปลงทะเบียนตาม Web Directory ต่างๆ ซึ่งส่วนนี้จะมีในเรื่องของหมวดหมู่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้นำเสนอในบทความต่อไปครับ� ตามสัญญาครับ วันนี้ผมมีเว็บที่ให้บริการ Submit หรือ Add Url มาให้ทดลองครับ งานนี้ฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์ เว็บแรกที่จะนำเสนอครับ เว็บนี่เลยครับ www.submitaddurl.com เว็บนี้ Add ทีเดียว 200 Search Engine เลยครับ อีกเว็บนะครับ www.allsitecafe.com ซึ่งเว็บนี้มี 275 Search แต่เราต้องคอยเลือกประเทศเองครับ ไม่มากครับ เพราะมีแต่ประเทศบิ๊กๆ อยู่แล้ว ข้อแนะนำ หากท่านไป Add กับ Google, Yahoo,Live Search แล้ว ผมแนะนำให้ไม่ให้ Add ซ้ำครับ ก็โดยเอาเครื่องหมายถูกหน้า Search Engine ดังกล่าวออก ลองทดสอบดูครับ สำหรับเว็บทั้งสองนี่ก็ได้มาจากการไปร่วมสนทนา การไปอ่านที่เว็บบอร์ดอันโด่งดังในเรื่อง SEO รวมทั้งเรื่อง E-marketing ของไทย นั่นคือบอร์ดไทยเสียว (ชื่อที่เขาเรียกกัน) http://www.thaiseoboard.com/ ครับ ลองไปดูครับ ที่นั่นจะพบกับการแบ่งปันให้กันและกันของคนในวงการอินเตอร์เน็ต อย่างน้อยคนไทยก็ไม่เคยแล้งน้ำใจครับ

โปรโมทเว็ป ให้ดังทะลุโลก




ถ้าคุณผุ้อ่านเป็นมือใหม่ในการทำเว็บ ผมขออนุญาตอธิบายนิดนึงว่า การซับมิท หรือ Add Url ของเราตามบทความที่กระผมกล่าวต่อไปนี้ เป็นเพียงขั้นตอนของการไปบอกกล่าว Search Engine ให้ทราบว่าเรามีเว็บไซต์แล้วนะ พร้อมเปิดตัวแล้วเชิญมาเก็ยข้อมูลได้เลยประมาณนั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับการนำ url ของเราไปลงทะเบียนตาม Web Directory ต่างๆ ซึ่งส่วนนี้จะมีในเรื่องของหมวดหมู่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้นำเสนอในบทความต่อไปครับ
ตามสัญญาครับ วันนี้ผมมีเว็บที่ให้บริการ Submit หรือ Add Url มาให้ทดลองครับ งานนี้ฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์ เว็บแรกที่จะนำเสนอครับ เว็บนี่เลยครับ http://www.submitaddurl.com/ เว็บนี้ Add ทีเดียว 200 Search Engine เลยครับ อีกเว็บนะครับ www.allsitecafe.com ซึ่งเว็บนี้มี 275 Search แต่เราต้องคอยเลือกประเทศเองครับ ไม่มากครับ เพราะมีแต่ประเทศบิ๊กๆ อยู่แล้ว ข้อแนะนำ หากท่านไป Add กับ Google, Yahoo,Live Search แล้ว ผมแนะนำให้ไม่ให้ Add ซ้ำครับ ก็โดยเอาเครื่องหมายถูกหน้า Search Engine ดังกล่าวออก ลองทดสอบดูครับ สำหรับเว็บทั้งสองนี่ก็ได้มาจากการไปร่วมสนทนา การไปอ่านที่เว็บบอร์ดอันโด่งดังในเรื่อง SEO รวมทั้งเรื่อง E-marketing ของไทย นั่นคือบอร์ดไทยเสียว (ชื่อที่เขาเรียกกัน) http://www.thaiseoboard.com/ ครับ ลองไปดูครับ ที่นั่นจะพบกับการแบ่งปันให้กันและกันของคนในวงการอินเตอร์เน็ต อย่างน้อยคนไทยก็ไม่เคยแล้งน้ำใจครับ

Search Engine Optimization SEO